ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดจากสถาบันนิด้าโพล พบว่าประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเนื้อหาและรายละเอียดของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ข้อ 43 และ 44 ระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในช่วงที่ผ่านมา
การสำรวจครั้งนี้ดำเนินการกับประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,310 คน ในช่วงวันที่ 1-3 ตุลาคม 2568 พบว่า ร้อยละ 68.5 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าไม่เข้าใจหรือเข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับ MOU 43-44 ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 31.5 เท่านั้นที่ระบุว่าเข้าใจ
MOU 43-44 เป็นบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยและกัมพูชาเกี่ยวกับการร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองประเทศอ้างสิทธิ์ โดยมีเนื้อหาครอบคลุมการสำรวจและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ดังกล่าวร่วมกัน
ประเด็นที่ทำให้ประชาชนสับสนมากที่สุด คือ ขอบเขตของพื้นที่ทับซ้อน สิทธิและผลประโยชน์ที่แต่ละฝ่ายจะได้รับ และผลกระทบต่ออธิปไตยของประเทศ โดยหลายคนกังวลว่า MOU นี้อาจทำให้ไทยเสียเปรียบหรือสูญเสียพื้นที่ทางทะเลให้กับกัมพูชา
รัฐบาลได้พยายามชี้แจงและทำความเข้าใจกับประชาชนหลายครั้ง โดยเน้นย้ำว่า MOU 43-44 เป็นเพียงกรอบความร่วมมือเบื้องต้น ไม่ได้มีการยกพื้นที่ให้กับกัมพูชาแต่อย่างใด และยังคงต้องมีการเจรจาในรายละเอียดต่อไป ก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ
อย่างไรก็ตาม การชี้แจงของรัฐบาลดูเหมือนจะยังไม่เพียงพอ เนื่องจากผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงไม่เข้าใจ ซึ่งอาจเป็นเพราะภาษาที่ใช้ในการชี้แจงยังซับซ้อนเกินไป หรือช่องทางการสื่อสารยังไม่ทั่วถึง
ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมวลชนแนะนำว่า รัฐบาลควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย มีภาพประกอบและแผนที่ที่ชัดเจน และใช้ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เช่น โซเชียลมีเดีย วิทยุ โทรทัศน์ และการจัดเวทีสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ซักถามและแสดงความคิดเห็น เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในการดำเนินการของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยลดความกังวลและข้อสงสัยของประชาชนได้
สรุป
ผลสำรวจนิด้าโพลพบว่าคนไทยร้อยละ 68.5 ยังไม่เข้าใจ MOU 43-44 ระหว่างไทย-กัมพูชา รัฐบาลควรชี้แจงด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและเปิดโอกาสให้ประชาชนซักถาม
แหล่งอ้างอิง: สถาบันนิด้าโพล, ข่าวการเมือง
แฮชแท็ก: #MOU43-44 #นิด้าโพล #การเมืองไทย #กัมพูชา #ข่าววันนี้
